ซามูเอล เอโต้

 

หนึ่งในศูนย์หน้าที่ครบเครื่องที่สุดในยุโรปก็คงจะมีชื่อของ ซามูแอล เอโต้ ของบาร์เซโลน่า รวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ล่าสุดเจ้าตัวก็เพิ่งสร้างชื่อด้วยการเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ หลังกดไป 16 ประตูให้กับทีมชาติแคเมอรูนเอโต้ เริ่มฉายแววความโดดเด่นในวงการฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะนอกจากสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งตามแบบฉบับนักเตะจากวีปแอฟริกาแล้ว เขายังมีทักษะและสัญชาตญาณการทำประตูที่ยอดเยี่ยมด้วย และนั่นทำให้เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของสเปน เซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทีมตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี 1997-2000 : เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในปี 1997 เอโต้ เข้าร่วมเป็นสมาชิกในทีม เรอัล มาดริด ในฐานะนักฟุตบอลฝึกหัดในทีมชุด บี ซึ่งเล่นอยู่ในระดับเซกุนด้า บี ซึ่งไม่อนุญาตให้นักเตะนอกอียูลงทำการแข่งขัน บวกกับด้วยความที่อายุของเอโต้ยังน้อยมากได้ ส่งผลให้ เรอัล มาดริด จึงปล่อยตัวเขาให้ เลกาเนส ยืมตัวไปใช้งานในช่วงฤดูกาล 1997-1998หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เลกาเนส เอโต้ ก็ถูกเรอัล มาดริด ส่งให้ไปหาประสบการณ์กับ เอสปันญ่อล แต่ได้ลงสนามเพียงน้อยนิด ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมเรอัล มายอร์ก้า แบบยืมตัวเช่นเคย ซึ่งหลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างประทับใจให้กับ “ทีมชาวเกาะ” มายอร์ก้า ก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัว หัวหอกชาวแคเมอรูน มาร่วมทีม โดยมีสถานะเป็นเจ้าของร่วมกับเรอัล มาดริด

2000-2004 : แจ้งเกิดกับ เรอัล มายอร์ก้า

ระหว่างที่อยู่กับ มายอร์ก้า เขากลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังกดไปทั้งสิ้น 54 ประตู จากนั้น ก็ย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์ปี 2004 ด้วยค่าตัว 24 ล้านยูโร (ราว 1,152 ล้านบาท) หลังจากการเจรจาที่ยาวนาน 3 ฝ่าย ร่วมกับมารยอร์ก้า และ เรอัล มาดริด ซึ่งนั่นทำให้ เอโต้ กลายเป็นคเมอรูนคนแรก ที่ได้เล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่แห่งคาตาลันทีมชาติแคมารูนในส่วนของทีมชาติ เอโต้ ก็ประสบความสำเร็จมามากมายเช่นกัน โดยขณะที่เขา อายุได้ 17 ปี 3 เดือน เขาก็กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และเป็นผู้เล่นที่คนเดียวที่เกิดในทศวรรษ 80 ด้วยนอกากนี้ เขายังสามารถพาทีมชาติแคเมอรูน ก้าวขึ้นมาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกส์ ปี 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้สำเร็จ ก่อนที่ในปีเดียวกันนี้ เขาก็ก็คว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ มาครองได้ด้วย โดยทีม “หมอผี” ได้เป็นเจ้าแห่งกาฬทวีปอีกครั้งในปี 2002อย่างไรก็ตาม เอโต้ และทีมชาติแคเมอรูน ก็ต้องอกหักพ่าย อียิปต์ ในรอบชิงชนะเลิศในปี 2008 ซึ่งเขาจบด้วยการเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์หลังทำไป 5 ประตู และกลายเป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในศึกแอฟรืกัน เนชั่นส์ คัพ ด้วยจำนวน 16 ประตู

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *